เกี่ยวกับเรา

กว่า 15 ปีที่ธรรมนิติให้บริการงานตรวจสอบภายใน การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในนามบริษัทสอบบัญชีธรรมนิติ จำกัด และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เรามีลูกค้าที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เรารับผิดชอบดูแลด้านการตรวจสอบภายในกว่า 30 บริษัท และสุดท้ายก็ได้รับการเสนอและอนุมัติให้งานตรวจสอบภายในแยกตัวจากบริษัทสอบบัญชีธรรมนิติ จำกัด มาเป็น บริษัท ตรวจสอบภายในธรรมนิติ จำกัด ในวันที่ 3 มิถุนายน พศ. 2559

วิถีแห่งธรรมนิติ

(1)"เอกภาพ" การบรรลุนโยบายของธรรมนิติได้นั้น ธรรมนิติต้องมีความเป็นเอกภาพ คือ ความเป็นเอกภาพของคนของธรรมนิติ แม้เดินกันคนละทิศคนละทาง หรือเดินกันคนละทีแล้ว ภารกิจก็ไม่อาจไปถึงเป้าหมายได้ ความเป็นเอกภาพเกิดขึ้นได้ก็แต่โดยความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน คนจำนวนมากจะสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้จะต้องประกอบด้วย

1.1 คณะผู้บริหารของธรรมนิติ จะต้องมีความสามารถชี้นำงานทั้งปวงโดยถูกต้อง จะต้องเป็นแกนแห่งความสามัคคี อุปมาดั่งดวงอาทิตย์เป็นแกนแห่งจักรวาลฉันนั้น นั่นคือ นอกจากจะต้องมีความรู้และสติปัญญาสูง มีความคดอ่านที่กว้างไกลลึกซึ้งแล้ว จะต้องมีเมตตากรุณา มีสัจจะ รู้อภัย รู้การอบรมบ่มเพาะ ยกระดับสติปัญญาของคนได้เป็นปกติ

1.2 พนักงานทั้งปวงของธรรมนิติ จะต้องมีความสามารถทำงานทั้งปวงโดยถูกต้องก้าวทันการบริหาร มีจิตใจที่ศรัทธาต่อธรรมนิติ มีความซื่อสัตย์ต่อกันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูล ร่วมทุกข์ร่วมสุข เปิดเผยและตรงไปตรงมาต่อกัน มีสติปัญญา และหิริโอตตัปปะเป็นปกติ

ธรรมนิติเป็นเอกภาพเช่นนี้ จะมีพลังอันมหาศาลและยิ่งใหญ่ที่สุด เท่าที่มนุษย์จะพึงมีก็ด้วยพลังอันนี้ ภารกิจของธรรมนิติก็จะลุล่วงไป

(2)"มั่นคง" ด้วยคนนั้นมีใจ และธรรมชาติของใจคนต้องการความมั่นคง และโดยที่ธรรมนิติก็คือคนของธรรมนิติ ดังนั้นธรรมนิติจะมั่นคงก็แต่โดยคนของธรรมนิติมีความรู้สึกมั่นคง และคนของธรรมนิติจะมั่นคงได้ก็แต่โดยธรรมนิติมั่นคง

ความมั่นคงนั้น คือ ความมั่นคงในชีวิต ในทรัพย์สิน ในครอบครัว ในหน้าที่การงานและในทางจิตใจ ความมั่นคงบางชนิดเป็นเรื่องของรัฐต้องจัดการและที่เป็นหน้าที่สำคัญของธรรมนิติก็คือ ความมั่นคงในหน้าที่การงาน และในทางจิตใจ อันเป็นความประสงค์ร่วมกันคือ ธรรมนิติก็ประสงค์ความมั่นคง คนก็ประสงค์ความมั่นคง และโดยเนื้อแท้ก็คือ ความมั่นคงของคน ซึ่งจะต้องทำการร่วมกันโดยอาศัยวิถีเอกภาพแห่งธรรมนิติ คือ

2.1 ธรรมนิติจะเลี้ยงคนตลอดอายุการทำงาน

2.2 แม้เมื่อเกษียณอายุแล้ว ธรรมนิติต้องอุปการะตอบแทนคุณงามความดีของคนไปจนตลอดชีวิต ตามกำลังความสามารถและอย่างเต็มที่

2.3 แม้ยามธุรกิจตกต่ำคับขัน ขาดทุน จะใช้มาตรการแก้ปัญหาโดยทางธุรกิจเป็นขั้นแรก หากจำเป็นก็ลดรายได้ผู้บริหารลงมา หากจำเป็นต่อไปอีกจึงจะลดรายได้พนักงาน หากจำเป็นต่อไปอีก ก็สลับวันทำงานกัน

2.4 ใช้มาตรการแก้ไขปัญหาจนสุดความสามารถ และสุดปัญญาจากนี้แล้วจึงใช้มาตรการตัดปัญหา

2.5 คนใกล้หรือคนไกลหากทำคุณงามความดี ความดีนั้นต้องปรากฏได้และต้องบำเหน็จเสมอกัน หากทำผิดก็ต้องลงโทษเสมอกัน ไม่ลำเอียงเข้าข้างคนผิด

2.6 ถือว่าคนของธรรมนิติ คือผู้ร่วมงานของธรรมนิติ คือเลือดเนื้อของธรรมนิติ ไม่ถือเป็นแค่ลูกจ้างธรรมดา

2.7 การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เป็นไปตามความสามารถ ไม่ผูกขาดไว้เฉพาะแต่พรรคพวก ญาติ มิตร ใครก็ตามที่เป็นธรรมนิติ และมีความสามารถบริหารต้องได้รับเลือกเป็นผู้บริหาร

2.8 แม้กระทำผิดโดยฉกรรจ์ ก็ให้โอกาสแก้ไขกลับตัว

2.9 เอาใจใส่สารทุกข์สุกดิบ ร่วมทุกข์ร่วมสุขฉันพี่น้อง

ด้วยวิถีความมั่นคงแห่งธรรมนิติเช่นนี้ ธรรมนิติก็จะมีชีวิตที่เป็นอมตะ คนก็จะฝากชีวิต ทุ่มจิตใจและวิญญาณแก่ธรรมนิติได้

(3)"มั่งคั่ง" อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงนั้น หากมีประชากรที่ยากไร้แล้ว อาณาจักรนั้นก็จะไม่ต่างกับเมืองนรก ผู้บริหารองค์กรธุรกิจจำนวนมากที่ใฝ่ฝัน และพูดถึงความมั่งคั่งของธุรกิจของตน แต่ปฏิเสธการกล่าวถึงความมั่งคั่งของประชากรของตน นี่คือ ทรรศนะที่ขัดต่อวิถีความมั่นคงแห่งธรรมนิติ เพราะมีรากฐานความคิดที่ว่าคนของตนเป็นแต่เพียงลูกจ้างไม่ใช่ผู้ร่วมงาน เขาปรารถนาแต่จะมาเสพสุขจากผลอันเกิดจากการเรียกร้องให้คนทุ่มเทชีวิตและวิญญาณให้แต่ปฏิเสธการตอบแทนความมั่งคั่งให้แก่คนของเรา การปฏิเสธเช่นนี้ขัดต่อวิถีความมั่นคงแห่งธรรมนิติ เพราะความมั่นคงจะเกิดขึ้นไม่ได้โดยเด็ดขาด ธรรมนิติก็ถือว่าความมั่งคั่งเป็นความจำเป็นของปุถุชน มีแต่คนวิกลจริต และคนที่หลอกลวงโลกหลอกลวงมนุษย์เท่านั้นที่จะปฏิเสธความมั่งคั่งเสียได้ นี่คือความจริงของปุถุชน ธรรมนิติจึงกล้าพูดความจริงเช่นนี้ และส่งเสริมให้คนพูดถึงสิ่งนี้ ทั้งยังยินดีสร้างสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น


ธรรมนิติมีวิถีเอกภาพและมั่นคง ดังนั้น ความมั่งคั่งของธรรมนิติ ก็คือความมั่งคั่งของคนของธรรมนิติ ความมั่งคั่งของธรรมนิติจะกลายเป็นการกดขี่ขูดรีดและเอาเปรียบหากว่าธรรมนิติไม่สร้างความมั่งคั่งให้แก่คนของธรรมนิติและด้วยเหตุนี้คนของธรรมนิติจะมั่งคั่งได้ก็โดยสร้างความมั่งคั่งให้แก่ธรรมนิติ


ความมั่งคั่ง ไม่อาจเกิดได้ในพริบตา เว้นเสียแต่จะถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ซ้อน ๆ กันหลาย ๆ ครั้ง หรือโดยหลอกลวงผู้อื่น หรือกระทำผิดกฎหมายในบางเรื่อง ซึ่งไม่ใช่วิถีแห่งธรรมนิติ ความมั่งคั่ง เกิดขึ้นได้เป็นขั้นเป็นตอนและอาศัยเวลาและโอกาส ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าความมั่งคั่งมีลักษณะเป็นขั้นบันได ธรรมนิติยืนอยู่ ณ บันไดขั้นใด คนของธรรมนิติจักต้องอยู่ยืน ณ บันไดขั้นนั้นด้วย

นี่คือวิถีแห่งความมั่งคั่งของวิถีแห่งธรรมนิติ

(4)"สร้างสรรค์" สรรพสิ่งย่อมพัฒนาตามกฎของธรรมชาติ สิ่งใดไม่พัฒนาก็ไม่ต่างกับซากศพ โลกทุกวันนี้พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งคนและสัตว์ที่ล้าหลังจำนวนมากไว้ข้างหลัง ความศิวิไลซ์ทั้งหลาย การพัฒนาทั้งหลายอาศัยคนและต้องเป็นคนสร้างสรรค์ หากไม่สร้างสรรค์อะไรแล้ว คุณค่าของชีวิตก็ไม่ต่างกับสัตว์บางชนิด "ชีวิตที่สูญเปล่า" คือคำที่เหมาะสมกับคนที่ไม่สร้างสรรค์

ธรรมนิติ คือคนของธรรมนิติ จึงควรเป็นคนสร้างสรรค์ ธรรมนิติได้สร้างสรรค์ความก้าวหน้าแล้วทั้งในอดีตและปัจจุบัน การบรรลุนโยบายของธรรมนิติก็คือ การสร้างสรรค์ หากไม่สร้างสรรค์แล้ว ธรรมนิติจะใหญ่ที่สุด มั่นคงที่สุด สร้างภาพพจน์ที่ดีงามแก่วิชาชีพ ให้บริการที่ซื่อสัตย์ มีประสิทธิภาพและจะให้ประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องได้อย่างไร

การสร้างสรรค์ต้องถือสัมฤทธิ์คติ คือ คติที่จะทำให้เกิดความสำเร็จ คนเรานั้นหากใจมุ่งมั่นเอาความสำเร็จให้ได้แล้ว ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น แต่ก็มีคนไม่น้อยที่ถือคติตรงกันข้าม การใด ก็ต้องขึ้นด้วย "ปัญหามีว่า.." ผู้ถือคตินี้ไม่อาจสร้างความสำเร็จที่มีคุณค่าใด ๆ ได้ จะสร้างได้สำเร็จก็เฉพาะแต่ปัญหาเท่านั้น ดังนั้น คนที่สร้างสรรค์ต้องมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ประกอบด้วยความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวด ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคและความล้มเหลวชั่วคราว ทั้งยังต้องมองการณ์ไกลไปเบื้องหน้า ทันโลก ทันสถานการณ์ สามารถหยั่งรู้และกำหนดการอันควรทำและต้องทำในวันหน้าได้

วิถีสร้างสรรค์ของวิถีแห่งธรรมนิติจึงทำให้ธรรมนิติก้าวไปข้างหน้า ไม่หยุดนิ่งหรือถอยหลัง

วิถีแห่งธรรมนิติ เป็นวีถีที่ชาวธรรมนิติต้องเดินไปสู่จุดหมายปลายทาง คือ การบรรลุนโยบายของธรรมนิติ 30 ปีข้างหน้า คือ 30 ปีแห่งวิถีแห่งธรรมนิติ และเมื่อวันนั้นมาถึง ธรรมนิติจะมีอายุ 66 ปี เป็นหน้าที่ของชาวธรรมนิติในยุคนั้นที่จะต้องทบทวนประเมินผลนโยบายของธรรมนิติ และวิถีแห่งธรรมนิติว่ามีความถูกต้องเพียงใด ปฏิบัติได้ผลเพียงใด ผลสำเร็จของการปฏิบัติจะเป็นมาตรวัดที่เที่ยงแท้แต่มาตรเดียวที่ธรรมนิติยึดถือปฏิบัติ ความผิดพลาดและล้มเหลวจะต้องได้รับการ "แก้ไข" ไม่ใช่โดยการ "แก้ตัว" นโยบายใด วิถีใดไม่ถูกต้อง ปฏิบัติไม่ได้และไม่เกิดผล จักต้องได้รับการแก้ไขโดยรวดเร็ว ทันการณ์ โดยชาวธรรมนิติในยุคต่อ ๆ ไป

“ธรรมนิติ” แม้จะเป็นองค์กรธุรกิจ แต่เรามีความแตกต่างจากองค์กรธุรกิจโดยทั่วไป ชาวธรรมนิติทั้งปวงจึงต้องสนใจ และทำความเข้าใจสภาพการณ์นี้ โดยเฉพาะลักษณะพิเศษที่ทำให้เรามีความแตกต่างจากองค์กรธุรกิจทั่วไป ที่สำคัญได้แก่

1.ลักษณะประวัติศาสตร์
ที่ธรรมนิติดำเนินงานต่อเนื่องมาถึง 43 ปีแล้ว โดยไม่มี “เจ้าของ” คือไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สามารถควบคุมกิจการได้โดยสิทธิขาดความ “ไม่มีเจ้าของ” นี้ ได้ทำให้ธรรมนิติเป็นของชาวธรรมนิติทุก ๆ คน นี่เป็นข้อดีข้อเด่นของเรา เพราะ “ความไม่มีเจ้าของ” โดยนัยเช่นนี้ ทำให้ธรรมนิติ ได้รับการทะนุถนอม หวงแหน และได้รับการพิทักษ์สืบทอดโดยคนหมู่มาก อันเป็นปัจจัยแห่งการสืบทอดธรรมนิติจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งอย่างราบรื่น โดยไม่ดับสูญไป ดังที่ธุรกิจหลายแห่งซึ่งมี “เจ้าของ” เพียงคนเดียวกำลังประสบอยู่โดยทั่วไป

2.ลักษณะปรัชญาชี้นำ
เราถือ “วิถีแห่งธรรมนิติ” เป็นปรัชญาชี้นำการดำเนินงาน การจัดองค์กร การปฏิบัติต่อคน ทั้งต่อชาวธรรมนิติและลูกค้า ตลอดจนการสร้างสรรค์ด้านต่าง ๆ ของเราในการขยายธุรกิจ เราถือทฤษฎีกอไผ่และในเรื่องเป้าหมายของธุรกิจเราเน้นผลกำไรที่ไม่เป็นตัวเงิน (ที่สำคัญได้แก่เกียรติภูมิ ความเชื่อถือ ความศรัทธาจากมหาชน) เป็นด้านหลัก และถือเอาผลกำไรที่เป็นตัวเงินเป็นด้านรอง และด้วยเหตุนี้ธรรมนิติจึงมีงบดุล ๒ ชุด คืองบดุลตามกฎหมายว่าด้วยบัญชีและภาษีอากร กับงบดุลตามแนวทางปรัชญาของเรา ซึ่งมีสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ รายจ่าย กำไร และขาดทุน ที่ไม่เป็นตัวเงินอีกด้วย

3.ลักษณะการบริหาร
เราเชิดชูการบริหารแบบประชาธิปไตย และการนำรวมหมู่ องค์กรทุกระดับชั้นของเราประกอบขึ้นและบริหารโดยคณะบุคคลและใช้วิธีประชาธิปไตยในการดำเนินงานด้วยท่วงทำนองที่ถนอมรักผู้ปฏิบัติงาน การบริหารและท่วงทำนองเช่นนี้ได้ตราไว้เป็นข้อบังคับของบริษัท และมีผลบังคับทุก ๆ คนที่เป็นชาวธรรมนิติ และเป็นเรื่องที่ชาวธรรมนิติพึงน้อมใจนำมาปฏิบัติ

4. ลักษณะครบวงจรและก้าวหน้า
ธรรมนิติเป็นองค์กรธุรกิจวิชาชีพที่มุ่งดำเนินงานบริการวิชาชีพครบวงจร ทำให้ลูกค้าของเราได้รับความสะดวกรวดเร็ว และได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการใช้บริการของเรา ธุรกิจที่ครบวงจรนี้จำต้องมีลักษณะที่ก้าวหน้าด้วย ดังนั้น การสร้างเสริมความรู้ เครื่องไม้เครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามารับใช้องค์กรของเราจึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจังต่อไป

5.ลักษณะเป็นอิสระเป็นตัวของตัวเองและพึ่งตนเอง
ธรรมนิติเป็นสถาบันวิชาชีพอิสระที่ไม่สังกัดกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มการเมืองใด เราจะไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับใครโดยเฉพาะ ทั้งเราจะไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกับกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มการเมืองใดเป็นพิเศษ ดังนั้น เราจึงสามารถให้บริการแก่องค์กรธุรกิจต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ไม่มีขอบเขตและไม่มีที่สิ้นสุด การพัฒนาเติบใหญ่ของธรรมนิติตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนช่วยเหลือของลูกค้าและมิตรของเราจำนวนมาก แต่ที่สำคัญเกิดขึ้นจากความมานะพยายามของชาวธรรมนิติเอง แต่ไหนแต่ไรมา แนวนโยบายและแผนงานทั้งปวงของธรรมนิติล้วนเริ่มต้น และตั้งอยู่บนรากฐานแห่งกำลังของเราเอง ด้านหนึ่งเราส่งเสริมให้ชาวธรรมนิติสร้างความสัมพันธ์อันดี และแสวงหาความร่วมมือสนับสนุนกับองค์กรต่างๆ อย่างกว้างขวาง แต่อีกด้านหนึ่งเราก็คัดค้านการนำธรรมนิติไปอิงหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง เหล่านี้คือลักษณะที่เป็นอิสระเป็นตัวของตัวเองและพึ่งตนเองของธรรมนิติ

 

บริษัท ธรรมนิติ จำกัด
ชาวธรรมนิติ ไม่ใช่เป็นแค่พนักงานหรือลูกจ้าง หากเราคือ ผู้สืบทอดภารกิจ สืบทอดอุดมการณ์ของธรรมนิติจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง
“พิทักษ์นามธรรมนิติให้ยืนยงทรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ ความศรัทธา เชื่อมั่นของมหาชนตลอดไป”

 

หมายเหตุ : บางตอนจากมติสภากรรมการ “ว่าด้วยเป้าหมาย แนวทาง นโยบาย และแผนงานปี 2533” ซึ่งสภากรรมการมีมติในการประชุมครั้งที่ 53 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2532 ข้อความดังกล่าวเป็นการอรรถาธิบายเกี่ยวกับลักษณะพิเศษของธรรมนิติ ซึ่งผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และพนักงานควรให้ความสนใจ

 

สำนักกรรมการจัดการ
13 กันยายน 2534